ก่อนทำรากฟันเทียม ทำไมต้องทำ CT-Scan

เทคโนโลยี CT-Scan เพิ่มอัตราความสำเร็จให้กับการทำรากฟันเทียมได้อย่างไร

ก่อนทำรากฟันเทียมทำไมต้องทำCT-SCAN

เทคโนโลยี CT-Scan ในทางทันตกรรม ถือเป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยตรวจวินิจฉัยสภาพช่องปากของคนไข้ ซึ่งมีหลายส่วนที่ทันตแพทย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ตำแหน่งเส้นประสาท, ตำแหน่งหลอดเลือด, ขนาดความหนาบางของกระดูกขากรรไกรที่ไม่เท่ากัน เป็นต้น

หลักการทำงานของเครื่อง CT-Scan จะปล่อยรังสี X-Ray ในขณะหมุนวนรอบอวัยวะที่ต้องการตรวจ เช่น ฉายรังสีเอกซเรย์ หมุนวนรอบศีรษะของคนไข้ ซึ่งจะแสดงภาพออกมาในรูปแบบ 3 มิติ ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นถึงความลึกตื้นของกระดูก รวมถึงอวัยวะทั้งหมดภายในช่องปากของคนไข้ได้อย่างครบถ้วน โดยการฉายรังสีเอกซเรย์ CT-Scan จะหมุนจนครบรอบภายในระยะเวลาเพียง 1-2 วินาทีเท่านั้น คนไข้จะใช้เวลาตรวจ CT-Scan เพียง 10-15 นาที ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

เทคโนโลยี CT-Scan เป็นเครื่องเอกซเรย์ที่สามารถใช้ตรวจวินิจฉัยเกี่ยวกับกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติภายในของอวัยวะต่างๆ เช่น การอักเสบภายในช่องปาก หรือ ภาวะการเกิดเลือดออกในช่องปาก เป็นต้น ทำให้ทันตแพทย์มองเห็นสุขภาวะช่องปากของคนไข้ได้อย่างชัดเจน และครบทุกซอกทุกมุม

เทคโนโลยี CT-Scan เพิ่มอัตราความสำเร็จให้กับการทำรากฟันเทียม

  1. การทำ CT-Scan ช่วยให้ทันตแพทย์กำหนดตำแหน่งฝังรากฟันเทียมได้อย่างตรงจุด

    เทคโนโลยี CT-Scan มีประสิทธิภาพสูงกว่าการเอกซเรย์ทั่วๆ ไป สามารถแสดงลักษณะของกระดูกขากรรไกรคนไข้ได้อย่างชัดเจน ในรูปแบบ 3 มิติ เสมือนการจำลองอวัยะช่องปากทุกส่วนของคนไข้ แล้วดึงออกมาสำรวจอย่างละเอียดผ่านจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งในขั้นตอนนี้ทันตแพทย์จะมองเห็นความกว้าง ความหนาของกระดูก และระยะห่างของฟันแต่ละซี่ เพื่อการวางแผนกำหนดตำแหน่งฝังรากฟันเทียมให้เกิดความแม่นยำสูงขึ้น

    ในกรณีที่คนไข้มีรากฟันเอียง หรือบริเวณช่องว่างที่จะใส่รากฟันเทียมมีขนาดเล็กมาก ก็จะมีความเสี่ยงที่โอกาสการฝังรากฟันเทียม อาจไปโดนรากฟันซี่ข้างๆ ได้ ดังนั้นการทำ CT-Scan ก่อนฝังรากฟันเทียม จะช่วยให้ทันตแพทย์มองเห็นขนาด และองศาความเอียงของรากฟันบริเวณที่จะทำการฝังรากฟันเทียม ทันตแพทย์สามารถคำนวณตำแหน่งในการฝังรากฟันเทียม และเลือกวิธีรักษาที่ปลอดภัย และดีที่สุดให้แก่คนไข้ได้
  2. การทำ CT-Scan ช่วยให้ทันตแพทย์ประเมินการปลูกถ่ายกระดูกได้

    ไม่ใช่ทุกเคสที่คนไข้ต้องการทำรากฟันเทียม แล้วจะสามารถฝังรากฟันเทียมลงไปได้เลย เพราะสุขภาพช่องปากของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในการวางแผนทำรากฟันเทียม ทันตแพทย์ต้องประเมินสุขภาพกระดูกของคนไข้ เนื่องจากตัวรากฟันเทียมจะถูกฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ดังนั้นคนไข้จะต้องมีปริมาณกระดูกเพียงพอ สามารถรองรับการฝังรากฟันเทียมได้ ในกรณีที่คนไข้มีกระดูกไม่เพียงพอ ก็มีความจำเป็นต้องทำการเสริมกระดูกก่อน

    ภาพ 3 มิติจากการทำ CT-Scan ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถประเมินปริมาณกระดูกของคนไข้ได้อย่างเหมาะสม เช่น สำรวจในตำแหน่งที่ต้องการใส่รากฟันเทียม ว่ามีความหนาของกระดูก เพียงพอกับขนาดของรากฟันเทียมหรือไม่ ในกรณีที่ต้องเสริมกระดูก ควรจะเสริมกระดูกในลักษณะอย่างไร และต้องใช้ในปริมาณเท่าใด ช่วยให้การปลูกถ่ายกระดูกของคนไข้ทำได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และยังช่วยให้คนไข้สามารถวางแผนงบประมาณค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมในส่วนนี้ได้ ก่อนตัดสินใจทำรากฟันเทียม
  3. การทำ CT-Scan ช่วยให้ทันตแพทย์วางแผนการรักษา และเลือกชนิดของรากฟันเทียมได้อย่างเหมาะสม

    รากฟันเทียมมีหลายแบรนด์ในท้องตลาด และในหนึ่งแบรนด์ยังแยกย่อยออกเป็นรากฟันเทียมรุ่นต่างๆ อีกมากมาย รากฟันเทียมที่แพงที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกับคนไข้ทุกเคส เพราะแต่ละคนล้วนมีความต้องการที่แตกต่างกัน การเลือกชนิดและรูปแบบของรากฟันเทียมได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะช่องปากของคนไข้ จะช่วยให้เพิ่มโอกาสสำเร็จของการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม รากฟันเทียมเชื่อมติดกับกระดูกได้ไวขึ้น ลดระยะเวลาการรักษา คนไข้สามารถใช้งานรากฟันเทียมได้อย่างราบรื่นตลอดอายุการใช้งาน

    ภาพจำลอง 3 มิติจากการทำ CT-Scan ช่วยให้ทันตแพทย์มองเห็นปัจจัยแวดล้อม และสภาวะของช่องปากของคนไข้ได้อย่างครอบคลุม สามารถแนะนำรากฟันเทียมชนิดที่เหมาะสมและวางแผนการรักษาได้อย่างตอบโจทย์สุขภาพของคนไข้มากที่สุด

  4. การทำ CT-Scan ช่วยให้รู้ตำแหน่งสำคัญต่างๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

    การทำ CT-Scan ก่อนฝังรากฟันเทียม ช่วยให้ทันตแพทย์มองเห็นแม้ส่วนเล็กๆ อย่างเส้นเลือด และเส้นประสาทในช่องปากของคนไข้ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์กับการทำ Surgical Guide สร้างแม่พิมพ์ที่จะช่วยในการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมได้อย่างตรงตำแหน่ง ลดข้อผิดพลาดในการฝังรากฟันเทียมไปโดนเส้นประสาทสำคัญได้

    การทำ CT-Scan ก่อนฝังรากฟันเทียมเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในการทำรากฟันเทียม เพื่อการยกระดับความปลอดภัยในการรักษาฝังรากฟันเทียม คนไข้ควรมองหาคลินิกทันตกรรมรากฟันเทียมที่มีเทคโนโลยี CT-Scan เพื่อให้มั่นใจว่าการวินิจฉัยวางแผนการรักษาทำรากฟันเทียมของท่าน จะอยู่ในความดูแลที่มีความละเอียดรอบคอบสูงสุด จากทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา

    ไว้วางใจเข้ารับบริการทำรากฟันเทียม ดูแลโดยทันตแพทย์สาขารากฟันเทียมโดยเฉพาะ ที่คลินิกทันตกรรมเดนทัลอิมเมจ Dental Image นครสวรรค์ ศูนย์ทันตกรรมรากฟันเทียม คลินิกทันตกรรมในนครสวรรค์ผู้นำเทคโนโลยีทางทันตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาทำรากฟันเทียม ใช้ทั้งเครื่อง CT-Scan, เครื่อง Intraoral Scanner, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Exocad Software, 3 Shape, 3D Printer และเครื่อง Milling Machine สำหรับการรักษาทำรากฟันเทียมด้วยนวัตกรรม Surgical Guide ที่ช่วยให้การฝังรากฟันเทียมมีความแม่นยำสูงสุด

คลินิกทันตกรรมเดนทัลอิมเมจ Dental Image นครสวรรค์ มีแลปทางทันตกรรมเป็นของตัวเอง เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาคนไข้ ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว บนมาตรฐานการบริการระดับสากล วางแผนกำหนดตำแหน่งฝังรากฟันเทียมโดยทันตแพทย์สาขารากฟันเทียมก่อนการรักษาจริงทุกเคส พร้อมการรักษาทางทันตกรรมทุกรูปแบบ ครบวงจร

ศูนย์รากฟันเทียมนครสวรรค์ Dental Image นครสวรรค์ ทำรากฟันเทียม ราคาคนไทย
คนไข้สอบถามและขอคำแนะนำจากทันตแพทย์ของเราได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

 


 

สนใจทำรากฟันเทียม ทำฟันนครสวรรค์ คลินิกทันตกรรม Dental Image นครสวรรค์ ติดต่อได้ที่

โทร : 056-311955, 061-6840468, 061-7989821

  

  

Visitors: 128,461